เครื่องสังเคราะห์ความสุข

"เครื่องสังเคราะห์ความสุข" (Joy Maker)


“บางทีความสุขอาจไม่ใช่สิ่งที่เราต้องตามหา ทว่ามันคือสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่เรายังมองไม่เห็น”

ทุกวันนี้ ที่เรายัง “ไม่มี” ความสุข เพราะเรายัง “ไม่เข้าใจ” ความสุข

ในสมองของมนุษย์ทุกคนมีสารสื่อประสาท (neurotransmitter)
อยู่ 4 ชนิด ที่เมื่อหลั่งออกมาแล้วจะทำให้เรารู้สึกมี "ความสุข" คือ...

1. โดพามีน (dopamine)
2. เซโรโทนิน (serotonin)
3. ออกซิโทซิน (oxytocin)
4. เอ็นดอร์ฟิน(endorphine)

สารแห่งความสุขทั้งสี่ตัวนี้จะทำงานร่วมกันเสมอ
โดยการทำงานของสารแต่ละตัวจะสามารถอธิบายโดยย่อ ได้ดังนี้…

1. โดพามีน (สารสำเร็จ)
จะพรั่งพรูออกมามากเมื่อเราได้รับในสิ่งที่ต้องการ และเมื่อความอยากได้รับการตอบสนอง เช่น อยากกินชีสเค้กแล้วได้กิน อยากได้หอมแก้มคน ๆ หนึ่งแล้วได้หอม อยากแข่งขันได้ที่หนึ่งแล้วทำได้สำเร็จ ฯลฯ

2. เซโรโทนิน (สารสงบ)
จะพรั่งพรูออกมามากเมื่อเรากำลังรู้สึกสงบ สบาย และผ่อนคลาย
เช่น เมื่อเรากำลังนั่งสมาธิ เมื่อเรากำลังนอนฟังเพลงที่ชอบ
เมื่อเรากำลังเอนกายบนโซฟาที่นุ่มสบาย ฯลฯ

3. ออกซิโทซิน (สารสัมพันธ์)
จะพรั่งพรูออกมาเมื่อเรากำลังมีความรัก เมื่อได้ยินเสียงคนรัก ได้อยู่ใกล้คนรัก หรือได้สัมผัสคนรัก และจะหลั่งออกมามากเป็นพิเศษในแม่ที่เพิ่งคลอดบุตร ออกซิโทซินจะหลั่งออกมาทั้งในความรักแบบหนุ่มสาว แบบครอบครัว และแบบเพื่อนที่มีความผูกพันกันมาก
โดยสารออกซิโทซินจะทำให้เรารู้สึกสบายใจ ปลอดภัย และอบอุ่น

4. เอ็นดอร์ฟิน (สารสำราญ)
จะพรั่งพรูออกมาทุกครั้งที่เรากำลังรู้สึกมีความสุข
ดังนั้นสารเอ็นดอร์ฟินจึงหลั่งออกมาพร้อม ๆ กับโดพามีน เซโรโทนิน
และออกซิโทซิน นอกจากนั้น เอ็นดอร์ฟินจะหลั่งออกมามากเป็นพิเศษตอนที่เราออกกำลังกาย หัวเราะ หรือยิ้มและทำหน้าที่เป็นยาแก้ปวดจากธรรมชาติ (natural pain-killer/morphine from nature)

ดังนั้น เวลาเรากำลังมีความสุข เราจึงรู้สึกเจ็บปวดน้อยลงทั้งทางร่างกายและจิตใจ บาดแผล ความเมื่อยล้า และความทรงจำที่ไม่ดี

...สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนจะทำอันตรายอะไรเราไม่ได้เลยในขณะที่เรากำลังมีความสุข

การท่องจำความเหมือนหรือความแตกต่างของสารแห่งความสุขทั้งหลายเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือการตระหนักรู้ว่าสารทั้งสี่ตัวนี้ ไม่ได้มีอยู่ในสิ่งของใด ๆ ทั้งสิ้น แต่มันมีอยู่อย่างเต็มล้นในสมองของเราเอง…

-ในแบงค์พันไม่มีสาร dopamine
-เก้าอี้ที่นุ่มที่สุดในโลกไม่ได้ฉาบทาไปด้วยสาร serotonin
-เสียงของคนที่เรารักไม่ได้บรรจุเอาไว้ซึ่งสาร oxytocin
-และไม่มีอาหารชนิดใดในโลกนี้ที่ใส่สาร endorphine

…ความสุขทั้งหมด สมองของเราเป็นตัวสังเคราะห์ขึ้นมาเอง…ทุกสิ่งที่อยู่ภายนอกตัวเรา ทำหน้าที่เพียง “กระตุ้น” สารความสุขในตัวเราให้หลั่งออกมา แต่สรรพสิ่งในตัวของมันเองไม่ได้มีสารแห่งความสุขใด ๆ สลักฝังมากับมัน

-แบงค์พันเป็นเพียงเศษกระดาษน่ารำคาญ สำหรับเศรษฐีพันล้านที่ไม่เห็นคุณค่าของเงิน

-เก้าอี้ที่นุ่มที่สุดในโลกคือความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน สำหรับคนที่เป็นริดสีดวงทวารเม็ดเบ้อเริ่ม

-เสียงของคนรักคือความโศกเศร้าอันแสนสาหัส ถ้าเจ้าของเสียงได้ลาจากโลกนี้ไปแล้ว

-และอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกก็คือยาพิษที่น่าสะพรึงกลัว ถ้าผู้กินเกิดแพ้มัน


ตั้งแต่เล็กจนโต เราปล่อยให้จิตใต้สำนึกทำหน้าที่สังเคราะห์ความสุขจากสิ่งต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ และผลของมันก็มักไม่ได้เป็นอย่างที่เราต้องการ

การที่มนุษย์พยายามแสวงหาความสุขจากสิ่งที่ไม่มีความสุขอยู่ในตัวของมันนี่เอง ที่ทำให้มีผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนที่แม้จะดัง รวย สวย และเก่ง แต่ก็อาจมีความทุกข์มากกว่าขอทานที่นอนห่มผ้าเช็ดตัวขาด ๆ อยู่ใต้สะพานลอย

-ถ้าความดังให้ความสุข... คงไม่มีดาราหน้าบึ้ง
-ถ้าความรวยให้ความสุข... คงไม่มีเศรษฐีร้องไห้
-ถ้าความสวยให้ความสุข... คงไม่มีคนหน้าตาดีฆ่าตัวตาย
-ถ้าเนื้อคู่ให้ความสุข... คงไม่มีคนทุกข์หลังแต่งงาน

มนุษย์ฝากสิ่งอื่นให้ช่วยสังเคราะห์ความสุขให้ ตั้งแต่...สิ่งของ เงินทอง ความโด่งดัง คำชื่นชม สภาพอากาศ การจราจร ตำแหน่ง หน้าที่ ล็อตเตอรี่ แฟน พ่อ แม่ ลูก หัวหน้า ลูกน้อง พรรคการเมือง
นักการเมือง หนัง ละคร เฟซบุ๊ค เกมในเฟซบุ๊ค ฯลฯ

แต่เมื่อเรารู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่อาจสังเคราะห์ความสุขได้อย่างที่ใจเราต้องการ (อีกต่อไป) เราจึงเริ่มรู้สึกหงุดหงิด เบื่อ เครียด โกรธ เซ็ง เศร้า และหลายครั้งเราก็จะโทษโลก โทษสังคม โทษคนอื่น โทษตัวเอง โทษโชคชะตา

หรือโทษกรรมที่ทำให้เราต้องเป็นทุกข์
ตามกฎไตรลักษณ์ ซึ่งเป็นกฎเหล็กของจักรวาล

...ไม่มีสิ่งใดเที่ยง (อนิจจัง)

...ไม่มีสิ่งใดทน (ทุกขัง)

...และไม่มีสิ่งใดแท้ (อนัตตา)

ดังนั้น เมื่อเราฝากความหวังให้สิ่งที่ไม่เที่ยง ไม่แท้ และไม่ทนมาสังเคราะห์ความสุขให้
เราก็ย่อมต้องผิดหวังและรู้สึกทุกข์ใจเป็นธรรมดา

เราทำตัวประหนึ่งเศรษฐีหมื่นล้านที่ปฏิญาณตนว่าจะไม่มีความสุขจนกว่าจะแทงหวยถูก
ซึ่งก็หมายความว่า เรามีความสุขพร้อมอยู่แล้วในตัวอย่างมากมายมหาศาล
เพราะตัวของเราคือแหล่งผลิตความสุขแหล่งเดียวในจักรวาล
แต่เรากลับตั้งเงื่อนไขในการมีความสุขขึ้นมาเอง
โดยเอามันไปฝากไว้กับสิ่งของ (และผู้คน) ที่ไม่มีความแน่นอน…

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น